21st :: [SF] « Tell me, Please »
posted on 08 Mar 2008 13:37 by kyumin-lism in Short-FictionTitle :: « Tell me, Please »
Author :: freakish
Couple :: Kyuhyun x Sungmin
Theme Song :: อยากได้ยินจากปาก - พลอย ณัฐชา feat. บอย ตรัย ภูมิรัตน์
Note :: ชื่อเรื่องช่างสิ้นคิด -*- ฟิคชั่ววูบ สั้นๆ ฟังเพลงแล้วอยากแต่งก๋แต่งเลย ฮ่าๆๆๆ (เรื่องเก่ายังแต่งไม่จบ T__T)
เหมือนๆ เธอนั้นจะพูดอะไรหรือเปล่า
ฉันรอฟัง พูดกับฉันเลย
เธอเหมือนจะพูด แต่ก็เก็บไว้เหมือนเคย ไม่ยอมบอก
“...พี่ซองมิน...”
“หืม?”
“คือว่าผม........”
“...............”
“อ่า...คือว่าผมอยากให้พี่ช่วยเลือกเสื้อหน่อยสิ ผมอยากซื้อเสื้อใหม่”
ว่าพลางส่งรอยยิ้มสดใสมาให้คนตรงหน้า และเลยเผื่อไปถึงคนที่เดินมาถึงใหม่ด้วย
“พวกนายนี่เดินกันตั้งนานแล้วยังไม่ได้อะไรอีกหรอ?” ชินดงถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจน้อยๆ พลางชูถุงสารพัดของกินโชว์ทั้งสองคนจนอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
“นายนี่ยังซื้อแต่ของกินเหมือนเดิมเลยนะ ฮ่าๆ” ซองมินแอบกัดเพื่อนตัวอ้วนของเขาเล็กๆ ทำเอาชินดงหน้าหงอลงไม่น้อย...
“ก็ที่นี่มีของกินแปลกๆ เต็มไปหมดเลยนี่นา.. ฉันเคยเห็นแต่ในโทรทัศน์ ก็อยากลองกินดูมั่งสิ”
“โอ๋ๆๆ ฉันไม่ได้ว่าอะไรนายขนาดนั้นซะหน่อย อย่าทำหน้าจ๋อยขนาดนั้นสิ ” กระต่ายน้อยง้อเพื่อนรักทันทีเมื่อเห็นว่าชินดงนั้นเริ่มจะงอนเขาแล้ว
“งั้นเอาเป็นว่าเดี๋ยวคืนนี้ฉันจะแบ่งนายกิน ตกลงไหม” ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอที่ทำให้อีกคนตาลุกวาว ซองมินพยักหน้ารับเร็วๆ แล้วก็ส่งยิ้มให้ชินดงที่วิ่งกลับไปดูของกินต่อ...
“...พี่ซองมินครับ...”
“อ๋อๆ พอดีคุยเพลินน่ะ ขอโทษทีนะ” หันมาส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้คนข้างตัวที่เขาเหมือนจะลืมไปซะสนิท คยูฮยอนไม่ได้ตอบอะไร ชายหนุ่มยิ้มกว้าง
“ช่วยผมเลือกเสื้อผ้าหน่อยนะ” ทำเสียงอ้อนเหมือนลูกแมวจนซองมินอดยิ้มออกมาไม่ได้ ร่างเล็กพยักหน้ารับพร้อมกับที่อีกคนยื่นมือมากุมมือเขา...
“จับมือกันไว้ดีกว่า คนเยอะนะ เดี๋ยวจะหลงกัน” แล้วคยูฮยอนก็ออกเดินไปทันที ไม่ได้หันหน้ากลับมาสังเกตคนข้างหลังซักนิด ว่าหน้าแดงไปถึงไหนแล้ว...
ส่วนฉันก็เลยเก็บไปคิดเอาเอง
ว่าเธอแอบมีจิตใจให้กันบ้าง
“พี่ว่าผมใส่เสื้อสีไหนแล้วถึงจะดูดีครับ” เอ่ยถามเมื่อเดินมาถึงร้านเสื้อผ้าในที่สุด ซองมินยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบ
“นายหุ่นดีอยู่แล้วนี่นา ผิวก็ไม่คล้ำ ใส่สีไหนก็ดูดีทั้งนั้นแหละ”
“อืม.....งั้นเปลี่ยนคำถามดีกว่า......พี่ว่าสีไหนเข้ากับสีชมพูครับ?” ซองมินเลิกคิ้วพลางฉงนอยู่ในใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป ร่างเล็กตอบออกไปตามที่ใจคิด
“ก็....สีเขียวนะ.....หรือไม่ก็สีดำ”
“...งั้นผมเอาสองตัวนี้ครับ...” พูดพลางหยิบเสื้อสองตัวสองสีส่งให้เจ้อของร้าน คยูฮยอนหันมายิ้มให้ซองมินแต่เจ้าตัวเล็กก็ยังไม่หายสงสัยซักที
“ทำไมคยูฮยอนต้องเลือกสีที่เข้ากับสีชมพูด้วยหรอ?” เดินออกจากร้านไปก็คุยกันไป ชายหนุ่มไม่ลืมที่จับจับมือคนตัวเล็กไว้เหมือนเดิม แต่ก็ดูซองมินจะสนใจอยู่กับเรื่องที่คุยจนลืมไปแล้วว่าคยูฮยอนจับมือเขาอยู่
“พี่ซองมินชอบสีชมพูใช่มั้ยครับ?” ร่างสูงไม่ตอบแต่กลับถามคำถามที่ไม่น่าถามเลยซักนิดสำหรับซองมิน
“...ก็ใช่...”
“ผมก็เลยอยากใส่เสื้อผ้าให้สีเข้ากับพี่ซองมินไง” รอยยิ้มเจิดจ้าถูกส่งมาให้คนตัวเล็กจนแทบตั้งรับไม่ทัน ซองมินก้มหน้าหลบพลางหันหน้าไปทางอื่น ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อเป็นรอบที่สองของวัน
จะโทษ ก็โทษท่าทีที่เธอทำ ให้ฉันหวัง
ก็บอกกับฉันสักที แค่บอกคำนั้นสักที แค่สักครั้ง
เสียงหัวเราะเฮฮาดังออกมาจากห้องพักห้องนึงจนเจ้าของที่พักต้องมาเตือนด้วยความเกรงใจอยู่หลายครั้ง ก็นะ....ถึงจะเป็นซุปเปอร์สตาร์อย่างซุปเปอร์จูเนียร์มาพักร้อนก็เถอะ แต่ว่าเวลาค่ำคืนแบบนี้ถ้าเสียงดังเค้าก็โดนตำหนิเหมือนกัน จนกระทั่งดึกดื่นนั่นแหละ เสียงถึงได้เงียบลงบ้าง ซองมินส่ายหน้ากับสมาชิกแต่ละคนที่นอนแผ่กันอยู่กลางห้องด้วยความเหนื่อยใจ ...ให้นอนไปแบบนี้เลยแล้วกัน ลำพังเขาคนเดียวคงไม่มีแรงลากเจ้าพวกนี้เข้าห้องได้ครบทุกคนหรอก...
ร่างเล็กกระชับชุดยูคาตะให้แน่นหนาขึ้นก่อนจะเปิดประตูระเบียงแล้วออกไปนั่งอย่างสบายใจ มาน้ำพุร้อนหน้าร้อนนี่ถึงจะผิดฤดูไปหน่อย แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ได้พักกันจริงๆ ซะที ซองมินเงยหน้ามองดวงดาวที่สุกสกาวอยู่บนท้องฟ้าในยามค่ำคืนอย่างเพลิดเพลิน จนไม่รู้สึกเลยว่ามีคนมานั่งลงข้างๆ ตัว
“ดาวสวยนะครับ...”
“...อืม...” ตอบรับไปอัตโนมัติโดยไม่คิดจะหันไปมองหน้าคนข้างๆ เลย
....เสียงทุ้มน่าฟังแบบนี้จะมีใครซะอีกล่ะ....
“พี่ซองมินยังไม่ง่วงหรือครับ ไปเดินซื้อของกันมาทั้งวัน”
“ก็นิดหน่อยน่ะ... แต่เมื่อกี้นั่งกินนู่นนี่กับชินดงจนอืดเลย เลยออกมานั่งเล่นหน่อย”
“ฮะๆๆ พี่ซองมินก็ว่าแต่เค้า แล้วตัวเองก็ไปกินกับเค้าทุกที”
ร่างเล็กอดค้อนให้คนข้างๆ ไม่ได้ ซองมินแอบจิ๊ปากในลำคออย่างขัดใจแต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรร่างสูงนั่น คยูฮยอนล้มตัวลงนอนไปกับพื้นและดึงซองมินให้นอนลงไปด้วย ร่างเล็กจึงหงายหลังลงไปไม่เป็นท่า คนตัวโตจึงต้องดึงซองมินให้มาซบอกเขาไว้ก่อนเพื่อกันกระต่ายน้อยหัวฟาดพื้น
ซองมินนิ่งเงียบกับการกระทำนั้น... มีแต่จังหวะหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
“นอนดูกันดีกว่า นั่งแหงนคอเมื่อยออก” ว่าแล้วก็กางแขนออกให้ซองมินหนุนต่างหมอน ร่างเล็กกระพริบตาปริบๆ ยอนทำตามคยูฮยอนโดยดี
คยูฮยอนชวนซองมินคุยนู่นคุยนี่ไปเรื่อย จนคนตัวเล็กเริ่มเงียบเสียง ร่างสูงจึงหันหน้ามามองคนที่ผล็อยหลับไปแล้วพร้อมรอยยิ้ม ...พี่ซองมิน ขนาดเวลาหลับยังน่ารักเลย....
แล้วแก้มใสตรงหน้าที่อยู่ใกล้กันแค่นั้นก็ทำให้ร่างสูงอดใจไม่ไหว กดจมูกลงไปเบาๆ จนได้... มือเรียวไล้แก้มป่องเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ช้อนตัวซองมินขึ้นแล้วพาไปส่งที่ห้องนอน ชุดยูคาตะที่เลื่อนหลุดออกเล็กน้อยช่างยั่วยวนชายหนุ่มยิ่งนัก ชายหนุ่มหักห้ามใจอย่างที่สุดที่จะทำแค่ขยับชุดนั้นให้เข้าที่ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้คนตรงหน้า จุมพิตที่หน้าผากมนแล้วกระซิบบอกเสียงเบา
“ราตรีสวัสดิ์นะครับพี่ซองมิน”
หลังจากที่คยูฮยอนเดินไปปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอนที่ฟูกข้างๆ ซองมินก็ลืมตาขึ้นทันที... ตอนแรกที่นอนตรงระเบียงเขาเผลอหลับไปก็จริง แต่เขารู้สึกตัวก็ตอนที่คยูฮยอนอุ้มมานี่แหละ จะลืมตาขึ้นมาเจอหน้ากันก็คงจะเขินมากแน่ๆ ร่างเล็กจึงตัดสินใจทำท่าเป็นหลับต่อไปอย่างนั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันกลับทำให้ซองมินเขินกว่าเก่าเสียอีก
.....นายคิดยังไงกับฉัน โจคยูฮยอน.....
เมื่อไหร่ที่เธอจะบอกว่ารัก
อยากเป็นคนได้ยินจากปาก
อยากเป็นคนที่เธอนั้นให้คำๆ นี้
เมื่อไหร่เธอจะมาบอกสักที
มันก็นานแล้วนะคนดี
ใจดวงนี้นั้นรอเธอมาบอกว่ารักกัน
แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในยามเช้าทำให้คนที่ยังง่วงอยู่ต้องพลิกตัวหลบและยกผ้าห่มขึ้นมาบดบังแล้วทำท่าจะเข้าสู่ห้วงนิทราต่อ... แต่เสียงที่ดังขึ้นเหนือศีรษะก็ไม่สามารถทำให้เจ้าตัวทำอย่างที่ใจปรารถนาได้เลย..
“ตื่นๆๆๆ ซองมิน.. จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน ห๊า~!” ฮีชอลตะโกนเสียงดังแล้วก็เอาตะหลิวกับกระทะที่แย่งมาจากฮันกยองมาเคาะกันให้เกิดเสียงแทนนาฬิกาปลุก ร่างเล็กยกมือขึ้นอุดหูแทบจะไม่ทันก่อนจะตอบเสียงอู้อี้
“อื้ออ... ขอนอนต่ออีกหน่อยไม่ได้หรอฮะ”
“นี่.. ชาวบ้านชาวช่องเขาลุกไปออกกำลังกายกันหมดแล้ว นายจะมานอนอยู่อย่างนี้ได้ยังไง” เสียงแหลมสะท้อนแก้วหูซองมินประโยคแล้วประโยคเล่า แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมลุกขึ้นจากที่นอนเสียที ฮีชอลส่ายหน้ากับคนขี้เซาก่อนจะยัดตะหลิวกับกระทะคืนใส่มือฮันกยองที่วิ่งตามมาเอาคืน แล้วฉุดซองมินขึ้นมาจากที่นอนด้วยตัวเอง
“งะ....งั้น....เดี๋ยวฉันไปทำอาหารเช้าก่อนนะ” ฮันกยองถามเสียงสั่นๆ อย่างเกรงกลัวพลางหันไปส่งยิ้มแห้งๆ ให้เชฟของที่พักเพราะปกติจะมีอาหารบริการตามห้องอยู่แล้ว แต่ฮีชอลก็ไปคุยอีท่าไหนไม่รู้ ถึงขอยืมครัวเขาได้ .....ก็ดูเจ๊สิ น่ากลัวซะขนาดนั้น.....
“เออ! เพราะนายต้องทำข้าวผัดปักกิ่งหรอกนะ ถึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องออกกำลังกายน่ะ เร็วๆด้วยล่ะ ฉันเริ่มหิวแล้ว!” ว่าแล้วก็ลากซองมินที่ยังยืนขยี้ตาด้วยความงัวเงียออกไปที่สวนกว้างนอกระเบียงทันที..
“โย่วๆ ฉันไปลากกระต่ายอ้วนขี้เซามาแล้ว.. อ้าว แล้วนี่พวกนายลงไปนั่งกันทำไม? ลุกขึ้นมาทำต่อเซ่! เดี๋ยวเต้นตามฉันนะ อัพแอนด์ดาวน์ หนึ่งสองสามสี่... ยะฮู้ว~!”
สมาชิกเอสเจถึงกับตะลึงกับท่าแต่ละท่าที่คนนำสั่งให้ทำตาม แต่ก็ต้องเต้นแร้งเต้นกาตามไปอย่างนั้นเมื่อฮีชอลส่งสายตาอาฆาตมาให้คนที่ไม่ยอมเต้นเป็นระยะๆ
ซองมินยกแขนยกขาพลางยกมือข้างนึงมาปิดปากที่เอาแต่หาวหวอดๆ ...ก็เมื่อคืนเขามัวแต่คิดนู่นคิดนี่จนนอนไม่หลับ พอตื่นเช้ามันถึงได้ง่วงแบบนี้ไงเล่า... เสียงหัวเราะข้างๆ ตัวทำให้ซองมินหันไปมองคนที่กำลังหัวเราะเขา
“ขำอะไร?” เสียงหวานติดจะงอเล็กน้อย เมื่อรู้สึกหมั่นไส้คนข้างๆ ขึ้นมาตงิดๆ
“ก็ดูพี่สิ หัวยุ่งเหยิง ขอบตาก็เป็นหมีแพนด้าเลย เมื่อคืนทำอะไรอยู่หรอครับ” คนตัวเล็กสะบัดหน้าหนีเสียงหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ แต่ก็ต้องชะงักกึกกับประโยคต่อมาของคยูฮยอน...
“คราวหลังอย่าทำให้ผมเป็นห่วงสิ..”
ขอ ขอได้ไหมเธออย่าแกล้งกันนักเลย
ฉันรออยู่ บอกกับฉันมา
รักหรือไม่รักได้โปรดอย่าทำค้างคา ให้คิดมาก
หลังอาบน้ำแล้วทุกคนก็ออกมานั่งรอที่โต๊ะกลางห้องอย่างสดชื่น เสียงคุย เสียงหัวเราะที่เริ่มดังขึ้นอีกครั้งอย่างมีความสุขเพราะเป็นเวลาที่ได้พักผ่อนและเป็นส่วนตัว ซองมินมองซ้ายมองขวาเมื่อไม่เห็นคนที่เขาอยากพบ
.....หายไปไหนของเขานะ.....
“เป็นไงล่ะ.. ฉันบอกแล้วว่าออกกำลังกายน่ะมันดี พวกนายไม่ยอมทำตอนนี้ เดี๋ยวตอนแก่นึกอยากทำมันได้ไม่ดีเท่าตอนนี้หรอก” ฮีชอลยังคงพร่ำบ่นไม่เลิกถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายของเขาเมื่อเห็นแต่ละคนท่าทางสดชื่นสุดๆ แต่กลับมีคนๆ นึงนั่งเอามือบีบนวดไหล่ตัวเองไปมาโดยมีหมีตัวใหญ่คอยช่วย...
“อ้าว ทึกกี้ เป็นอะไรน่ะ... อ๋อๆๆ นี่นายปวดหลังสินะ เพราะเมื่อก่อนน่ะไม่ยอมออกกำลังกาย ฉันบอกแล้วไงว่าตอนแก่แล้วทำมากมันไม่ดี” อีทึกพยักหน้ารับหงึกหงัก แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกแปลกๆ เหมือนโดนหลอกด่ายังไงยังงั้น -*-
“เอ่อ......เดี๋ยวผมมานะฮะ”
“จะไปไหนล่ะซองมิน?” ลีดเดอร์ของวงเอ่ยถามเจ้าตัวกลมที่ทำท่าจะลุกออกจากโต๊ะไป เพราะตอนนี้ฮันกยองก็เอาข้าวผัดปักกิ่งมาให้แล้ว
“จะไปตามคนที่เหลือหน่อยน่ะฮะ หายไปไหนกันก็ไม่รู้”
“อืมๆ รีบๆ กลับมาล่ะ เดี๋ยวข้าวหมดแล้วไม่มีอะไรกินจะมาโทษฉันไม่ได้นะ~!” ซินเดอเรลล่าแย่งอีทึกรับคำเสียอย่างนั้น..
ซองมินพยักหน้ารับก่อนจะเปิดประตูระบียงแล้วมองหาร่างสูง... แผ่นหลังที่คุ้นเคยทำให้คนตัวเล็กยิ้มกว้าง ซองมินวิ่งเข้าไปในสวนกำลังอ้าปากจะเรียกคยูฮยอน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนนั้นอยู่กับคยูฮยอนด้วย..
สุดท้ายก็ต้องเก็บไปคิดเอาเอง
ว่าเธอแอบมีจิตใจให้กันบ้าง
จะโทษ ก็โทษท่าทีที่เธอทำให้ฉันหวัง
ก็บอกกับฉันสักที แค่บอกคำนั้นสักที แค่สักครั้ง
“ผ.....ผม........ชอบพี่.....”
“แค่เนี้ยะ ไม่เห็นยากตรงไหนเลย”
......คยูฮยอน....กับทงเฮ...........
ประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่ยังก้องอยู่ในหู... ซองมินค่อยๆ ถอยหลังจะก้าวหลบออกจากฉากปวดใจนั้น แต่เสียงกรอบแกรบที่ดังขึ้นก็ทำให้สองคนนั้นรู้ตัวว่ามีบุคคลที่สามเข้ามาในที่แห่งนี้แล้ว ร่างเล็กชะงักเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนนั้นหันมาเจอเขาพอดี
“ขะ....ขอโทษนะ.....ไม่ได้ตั้งใจมาแอบฟัง....” ละล่ำละลักบอกแล้วก็วิ่งหนีกลับมาที่ห้องพักและเลยออกไปข้างนอกเลย ฮีชอลกับอีทึกจะถามว่าไปไหนก็ไม่ทันเสียแล้ว ไม่ทันไรเสียงตึงตังคนอีกคนที่วิ่งตามกระต่ายน้อยก็ผ่านหน้าเขาไปเร็วฉิวคนซินเดอเรลล่ายังมองไม่ทันว่าใคร..
“กระต่ายอ้วนมันเป็นอะไรเนี่ย แล้วใครวะที่วิ่งตามไป?”
เมื่อไหร่ที่เธอจะบอกว่ารัก
อยากเป็นคนได้ยินจากปาก
อยากเป็นคนที่เธอนั้นให้คำๆ นี้
เมื่อไหร่เธอจะมาบอกสักที
มันก็นานแล้วนะคนดี
ใจดวงนี้นั้นรอเธอมาบอกว่ารักกัน
ซองมินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าหวังให้น้ำตาที่ตีตื้นขึ้นไหลย้อนกลับเข้าไป.. แต่ก็ไม่มีวันเป็นไปได้ มือเล็กจึงยกขึ้นมาปาดมันช้าๆ
“ฮะๆ นายนี่หลงตัวเองชะมัดเลยซองมิน คิดว่าเค้าจะชอบเราซะอีก” เสียงหัวเราะฝืดๆ ดังขึ้นเหมือนจะซ้ำเติมตัวเองในเวลานี้... ร่างเล็กถอนหายใจแล้วเดินไปตามถนนด้วยความเศร้าหมอง
......นายชอบทงเฮสินะคยูฮยอน...แล้วที่ผ่านมานายมาทำแบบนั้นกับฉันทำไม.......
“พี่ซองมิน!” คนตัวเล็กหันไปมองตามเสียงเรียก แต่พอเห็นอีกคนแล้วก็ชาวูบที่หัวใจ อยากจะก้าวขาหนีแต่กไม่รู้ว่าทำไมถึงทำไม่ได้...
คยูฮยอนวิ่งตามมาจนถึงตัวกระต่ายน้อย ซองมินส่งยิ้มให้ร่างสูง แต่คยูฮยอนมองปราดเดียวก็รู้ว่ารอยยิ้มนั้นมันเศร้าหมองแค่ไหน..
“นายสบายใจได้นะ ฉันไม่เอาไปบอกใครหรอก”
“พี่ซองมินพูดถึงเรื่องอะไรครับ”
“ก็.....เรื่องนายกับทงเฮ” เสียงหวานหมองลงอย่างเห็นได้ชัด คนตัวเล็กสะดุ้งน้อยๆ เมื่อคยูฮยอนจับมือเขาไปกุมอย่างที่ชอบทำ
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะเขินอาย และหัวใจเต้นแรง...แต่เวลานี้ มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน นายอย่าทำแบบนี้กับฉันอีกเลยคยูฮยอน
สุดท้ายก็ต้องเก็บไปคิดเอาเอง ว่าเธอแอบมีจิตใจให้กันบ้าง
จะโทษก็โทษท่าทีที่เธอทำให้ฉันหวัง
ก็บอกกับฉันสักที แค่บอกคำนั้นสักที แค่สักครั้ง
“มันไม่ใช่อย่างที่พี่ซองมินคิดนะ” ว่าพลางจับตัวซองมินให้หันกลับมาสบหน้ากันตรงๆ มือแกร่งเอื้มไปปาดน้ำตาที่รื้นออกมาจากดวงตาคู่โตช้าๆ
“......................” ซองมินจ้องมองคยูฮยอนตาแป๋ว รอคำพูดของร่างสูง
“ผมไม่ได้ชอบพี่ทงเฮ”
“แต่นาย...............”
“พี่ซองมินจะเชื่อมั้ยว่าผู้ชายอย่างผมไม่กล้าบอกรักใคร”
“....................”
“ผมก็เลยขอให้พี่ทงเฮเป็นตัวแทนของคนที่อยากจะบอกรักให้”
ความรู้สึกของซองมินไม่ได้ต่างกับตอนที่เข้าไปเจอคยูฮยอนกับทงเฮเลย ความหมายของคยูฮยอนก็คือเขาต้องการจะบอกรักคนๆ นึงอยู่ดี........
“ผมไม่อยากให้เค้ามองว่าผมเป็นแค่เด็ก...ที่คอยเอาแต่เกาะติดเค้าไปวันๆ”
“....................” ไม่รู้ว่าทำไมซองมินถึงเริ่มเขิน เริ่มอายกับประโยคของคยูฮยอน
“ผมอยากบอกรักเค้าให้สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะเค้าเป็นคนน่ารัก ใครๆ ก็ชอบ”
“ล....แล้วนายจะมาบอกฉันทำไมเล่า........ก็ไปบอกเค้าของนายสิ” วินาทีนี้ถ้าคยูฮยอนเดินจากไปจริงๆ ซองมินคงจะได้ปล่อยโฮตรงนี้แน่นอน
“ก็ต้องบอกพี่ซองมินสิ” ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มก้มต่ำลงมาใกล้ซองมินมากยิ่งขึ้น คนตัวเล็กจึงได้แต่ก้มหน้าหลบซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำ...
“ท.....ทำไมล่ะ....”
“ก็เพราะว่า.....................”
เมื่อไหร่ที่เธอจะบอกว่ารัก
อยากเป็นคนได้ยินจากปาก อยากเป็นคนที่เธอนั้นให้คำๆ นี้
เมื่อไหร่เธอจะมาบอกสักที
มันก็นานแล้วนะคนดี
ใจดวงนี้นั้นคอยเธอมาบอกว่ารักกัน
“ผมรักพี่ซองมิน”
“........................”
“รัก......มานานแล้ว”
เสียงทุ้มที่กระซิบข้างใบหูยิ่งทำให้หัวใจของซองมินแทบจะหยุดเต้น... ในทีสุด สิ่งที่เขารอคอยก็มาถึงซะที
มันก็นานแล้วนะคนดี
ใจดวงนี้นั้นรอเธอมาบอกว่ารักกัน
“ฉันก็ชอบนาย.......มานานแล้วเหมือนกัน”
นิ้วเรียวหนาค่อยๆ เชยดวงหน้าหวานซึ้งขึ้นช้าๆ ดวงตาคมสบตาอีกคนอย่างหวานซึ้ง ก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปอย่างนุ่มนวล แผ่วเบาและอ่อนหวาน........
ความรักที่คนทั้งคู่บ่มเพาะมา...สุดท้ายก็ได้เบ่งบานในใจทั้งสองคนเสียที........
___________________________THE END*
Tags: fiction, kyumin, superjunior10 Comments




น่ารักกกกกกก
โฮกกกกกกกกก
เขินแทนซองมิน ไม่ไหวแล้ววววว >"<
กรี๊ดๆๆๆ
ปล.ลีดเดอร์แก่แล้วก้อเงี้ย
เส้นยึดใช่ป้ะหล่ะ *ผลั่วะ โดนคังอินถีบ*
ปล.2 ตอนแรกเห็นชื่อเรื่อง
แล้วนึกว่า เทลมี ของวันเดอร์เกิร์ลค่ะ - -"
จะแวะมาบ่อยๆน้าค๊า~
#1 By Ame~ (58.9.43.106) on 2008-03-08 22:49